ปี 2020 โลกของเราไม่ได้ถูกรุกรานจากศัตรูนอกโลก แต่ด้วยสภาวะโรคระบาดอย่างไวรัสโควิด19 ก็ทำให้หลายธุรกิจล้มหายตายจากไปอยู่ไม่น้อย Invasion จึงถือเป็นหนังหายนะภัยเรื่องแรกที่ว่าด้วยเอเลี่ยนบุกโลก! ประจำปีนี้

ตามหลักสูตรวิทยาศาสตร์ที่เราเติบโตกันมานั้นน้ำถือเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ของโลกมนุษย์ทั้งหมด เมื่อมนุษย์ต่างดาวเรียนรู้ว่าธาตุดังกล่าวคือสิ่งจำเป็นของมนุษย์ พวกเขาจึงเลือกมันมาเป็นอาวุธในการโจมตี แล้วแบบนี้เหล่ามวลมนุษย์จะสามารถเอาตัวรอดจากการโจมตีครั้งนี้ได้หรือไม่

ภายหลังจากการที่โลกมนุษย์ถูกโจมตีจากนอกโลกเป็นครั้งแรก เหล่าผู้คนในโลกสามารถปลอบโยนจิตใจอันแสนบอบช้ำและพยายามกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติกันดังเดิม แต่ความสงบสุขที่ทุกคนมองหากลับดำรงอยู่ได้ไม่นาน มนุษย์ต่างดาวกลับมาพร้อมแผนร้ายครั้งใหม่ ซึ่งสถานที่ใดมีน้ำไหลผ่าน ที่เหล่านั้นไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยอีกต่อไป แต่ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามมวลมนุษยชาติก็ต้องเอาชนะวิกฤติครั้งนี้ให้จงได้

ในหนังเอเลี่ยนถล่มโลกนั้นส่วนมากแล้ว เหล่ามนุษย์ต่างดาวมักจะมาพร้อมอาวุธไฮเทคสุดล้ำ วิทยาการสุดก้าวหน้าที่มนุษย์เป็นรองในเรื่องความรู้ การที่ Invasion มาพร้อมกับแนวคิดในการที่เหล่าเอเลี่ยนเลือกจะโจมตีโลกมนุษย์ด้วยการใช้น้ำ ถือว่าเป็นแนวคิดที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

น้ำไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยหลักของเหล่ามนุษย์แต่ยังเป็นสื่อหลักในการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง น้ำที่สามารถพบเจอได้ทุกที่ที่มนุษย์อาศัยอยู่ มวลมนุษย์จะรู้สึกอย่างไร เมื่อพบว่าน้ำกำลังคุกคามชีวิตพวกเขา ความหมายของการใช้น้ำเป็นอาวุธ ซึ่งครอบคลุมถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่โลกหมายถึง ไม่มีพื้นใดบนโลกที่มนุษย์สามารถหลบหนีได้ท่ามกลางภาวะภัยพิบัติครั้งใหญ่ เกิดคำถามขึ้นว่าเราจะเอาชนะมันได้อย่างไร

นักแสดงนำของเรื่องอย่างอเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ ยังกล่าวเลยว่าเขายังไม่ได้เคยได้เห็นหนังแบบนี้มาก่อนเลยด้วยการที่มนุษย์ต่างดาวสูบเอาน้ำบนโลกแล้วเอาไปถล่มเมืองใหญ่ในราบเป็นหน้ากลองในพริบตา

การโจมตีของเหล่าเอเลี่ยนนั้น อาศัยมวลน้ำมหาศาลในการกลืนกินเมืองใหญ่ไปให้หายไปได้ในชั่วพริบตา ไม่ว่าจะเป็นกำแพงยักษ์ขนาดใหญ่ที่สามารถโอบล้อมเมืองใหญ่ทั้งเมือง โดย Invasion นั้น จะแตกต่างจากหนังอุทกภัยถล่มโลกเรื่องอื่นๆที่เคยสร้างมา เพราะทางรอดของมวลมนุษยชาตินั้นคือการอพยพขึ้นที่สูง แต่ภัยพิบัติในหนังเรื่องนี้ ที่สูงก็ไม่ใช่ทางรอด

ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกับมนุษย์นั้นไม่ได้บนระนาบสองมิติเท่านั้น แต่มนุษย์ต่างดาวยังอาศัยมวลน้ำมหาศาลจากบนท้องฟ้าและโจมตีทางพื้นดินได้ด้วย มวลน้ำที่ปรากฏทั้งทางท้องฟ้าและพื้นดินแสดงให้เห็นถึงการคุกคามของกองทัพเอเลี่ยนขนาดมหึมาที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้งจนกว่าเมืองทั้งเมืองจะจมอยู่ใต้น้ำอย่างสมบูรณ์แบบ

ภาพยนตร์เรื่อง “Invasion 2020” ได้ส่งต่อข้อความที่แสดงถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ของมวลมนุษย์ที่จะเอาชนะสถานการณ์เลวร้ายทั้งปวงเหล่าเอเลี่ยนผู้รุกรานไม่เพียงใช้น้ำในการทำลายเมืองทั้งเมืองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันยังทำให้การสื่อสารระหว่างมนุษย์ทั้งเมืองกลายเป็นอัมพาตทันที การควบคุมมวลน้ำได้อย่างอิสระ แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ไม่มีทางที่จะเอาชนะสถานการณ์ภัยพิบัติในครั้งนี้ได้เลยแต่ภาพยนตร์เรื่องนี้กลับพยายามส่งข้อความแห่งความหวังที่แสดงถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ของมนุษย์ “เหล่ามวลมนุษย์จะสามารถเอาชนะได้อย่างแน่นอน” และ “การโจมตีกลับของเหล่ามนุษย์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว” เพราะไม่ว่าจะเกิดวิกฤติเลวร้ายมากแค่ไหน มนุษย์เราก็สามารถเอาชีวิตรอดและผ่านพ้นไปได้อยู่เสมอ

หลังจากที่ประสบความสำเร็จจากภาพยนตร์เรื่อง “Attraction: มหาวิบัติเอเลี่ยนถล่มโลก” ไปทั่วโลก เฟดอร์ บอนดาร์ชุคผู้กำกับสัญชาติรัสเซียก็กลายเป็นที่รู้จักในนามของผู้กำกับภาพยนตร์ภัยพิบัติไซไฟฟอร์มยักษ์มากฝีมือโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือความสามารถในการผลิตที่พอดี และทำออกมาอย่างใส่ใจรายละเอียดซึ่งถือเป็นความสามารถในการผลิตภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ เราจะได้เห็นมันผ่านภาพยนตร์เรื่อง “Invasion 2020”

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังสามารถใช้ซีจี กับความสามารถในการแสดงที่สมจริงผสมเข้ากันอย่างกลมกลืนเพื่อเพิ่มรายละเอียดให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ภาพยนตร์ที่ผลิตออกมาเหนือยิ่งกว่าจินตนาการ ผู้กำกับได้กล่าวถึงภาพยนตร์ไว้ว่า “ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นต้นฉบับ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถทำออกมาให้เหมือนกับเขายังบอกเสริมอีกว่าเขาต้องใช้ประสบการณ์และจินตนาการอย่างถึงที่สุดเพื่อที่จะสร้างภาพยนตร์แนวใหม่โดยสิ้นเชิงภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากพลังแห่งจินตนาการของทีมผลิต รวมถึงตัวเขาเองด้วย เทคโนโลยีใหม่ของเหล่าเอเลี่ยน ผู้รุกรานคือ การใช้น้ำเป็นอาวุธ ซึ่งเป็นคิดเป็นสัดส่วน 80 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่โลก และการเจาะเข้าระบบการสื่อสารทั้งหมดของมวลมนุษย์ ทักษะความสามารถที่เหนือการคาดเดาของเหล่าเอเลี่ยน ถือเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ในภาพยนตร์